10 พิกัดตามล่าแสงเหนือ แสงใต้ ที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต

10-best-places-to-see-aurora-cover

กราบสวัสดีคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกๆท่านด้วยนะครับ ในวันนี้เรามาเอาใจคนสายท่องเที่ยวกัน ที่ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เป็นที่ที่หลายคนใฝ่ฝันว่าสักวันต้องมาให้ได้
นั่นก็คือ 10 พิกัดตามล่าแสงเหนือ แสงใต้ ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติสุดโรแมนติกที่เกิดขึ้นเฉพาะแถบขั้วโลกในช่วงฤดูหนาว

คำว่า Aurora เป็นคำที่ใช้เรียกรวมๆกันของ แสงเหนือ (Aurora Borealis) และแสงใต้ (Aurora Australis) นั่นเป็นเพราะว่าปรากฎการณ์นี้สามารถเกิดได้ทั้งแถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ แต่เนื่องจากประเทศในแถบขั้วโลกเหนือนั้นมีอยู่มากกว่า ทำให้ความนิยมของ แสงเหนือ มีมากกว่า แสงใต้ นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นความสวยงามก็ไม่แพ้กันนะ ถ้าทุกคนพร้อมแล้วเราไปเริ่มดูกันเลยคร้าบ

ออโรร่า (Aurora) เกิดจากอะไร?

1. SWEDEN

10-best-places-to-see-aurora-1

ด้วยสภาพอากาศแบบเฉพาะตัวของพื้นที่ ประเทศสวีเดนจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับนักล่าแสงเหนือทั่วโลก โดยเฉพาะที่ แลปแลนด์ (Lapland) นั้นถือเป็นจุดในการชมแสงเหนือแบบตระการตา อลังการด้วยฉากหลังที่เป็นภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบ Torneträsk Lake ที่สวยงามมีความยาวมากถึง 70 กม.

สถานที่สำหรับชมแสงเหนือที่มีชื่อเสียงของประเทศสวีเดนมีอยู่หลายที่ด้วยกัน เช่น ที่ Aurora Sky Station สถานีชมแสงเหนือในอุทยานแห่งชาติอบิสโก (Abisko National Park) สุดเงียบสงบ ตั้งอยู่ในเขตเมืองคิรูน่า (Kiruna) ทางตอนเหนือของสวีเดน ห่างจากเมืองหลวงสต็อกโฮล์มประมาณ 1,200 กิโลเมตร ที่นี่คุณจะต้องขึ้นกระเช้าไปยังตัวสถานีด้านบนภูเขา มีความโดดเด่นในเรื่องท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากเป็นพิเศษ

จุดที่ดีที่สุด : Kiruna, Abisko, Swedish Lapland
ช่วงเวลาที่แนะนำ : เดือนกันยายน-มีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, travelblog.expedia.co.th, mushroomtravel.com

2. RUSSIA

10-best-places-to-see-aurora-2

ใครอยากไปชมแสงเหนือแบบฟินๆ ง่ายๆ ไม่ต้องขอวีซ่าก็ต้องที่รัสเซียนี่แหละ เพราะที่นี่เป็นประเทศเดียวเลยที่เราสามารถไปดูแสงเหนือได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า และแสงเหนือที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆเลยด้วย เมืองที่เป็นสถานที่ยอดนิยมคือ เมืองเมอร์มังส์ก (Murmansk) เมืองทางตอนเหนือใกล้ๆกับ คาบสมุทรโกลา (The Kola Peninsula) ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่การชมแสงเหนือของประเทศรัสเซีย

นอกจากจะได้ชมแสงเหนือที่สวยงามแล้ว ยังจะได้สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวเมืองรัสเซียที่นี่อีกด้วย และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นได้อีก เช่น กิจกรรมตกปลาน้ำแข็ง ซึ่งที่นี่อาจจะเป็นทริปเริ่มต้นสำหรับใครหลายๆคนที่กำลังอยากไปชมแสงเหนือ เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นคือมีข้อดีตรงที่ไปชมแสงเหนือแบบฟินๆได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่านั่นเอง

จุดที่ดีที่สุด : Murmansk, Siberia, Kola Peninsula
ช่วงเวลาที่แนะนำ เดือนกุมภาพันธ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, mushroomtravel.com, travelblog.expedia.co.th

3. ICELAND

10-best-places-to-see-aurora-3

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “แสงเหนือไอซ์แลนด์” มาก่อน เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เหล่านักล่าแสงเหนือไม่ควรพลาด ประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและไร้มลพิษแห่งนี้ ทำให้ไอซ์แลนด์ต่างจากประเทศอื่นก็คือคุณสามารถที่จะมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือได้แทบทุกที่ ทั้งภายในหรือภายนอกเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อย่าง เมืองเรคจาวิค (Reykjavik) นอกจากเมืองหลวงแล้ว ทางตะวันตกของประเทศแถบภูเขา Kirkjufell ทางตอนเหนือของประเทศแถบ Westfjords และทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์แถบ JökulsárlönGlacier Lagoon ก็ถือเป็นจุดชมแสงเหนือที่สวยงามอีกเช่นกัน

หากจะ ดูแสงเหนือ ในสถานที่วิวสวยจับใจคงคิดถึงประเทศไอซ์แลนด์ แดนภูเขามากเสน่ห์ ที่มีโลเคชั่นชมแสงออโรร่าฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน บรรยากาศธรรมชาติกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแบบไม่มีอะไรปิดกั้นได้ แม้จะบอกว่าสามารถเห็นแสงเหนือได้แทบทุกที่ในประเทศไอซ์แลนด์ แต่อยากเชียร์ให้ไปดูที่นอกเมืองดีกว่าเพราะเราจะได้เห็นแสงเหนือแบบฟินๆโดยไม่มีแสงจากในเมืองมากวนใจเลย

จุดที่ดีที่สุด : Þingvellir National Park, Kirkjufell , most of the country
ช่วงเวลาที่แนะนำ : พบเห็นได้ทั้งปีโดยเฉพาะฤดูหนาว ตุลาคม-มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่กลางคืนยาว มองเห็นออโรราชัด และไม่หนาวจนเกินไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, mushroomtravel.com, travelblog.expedia.co.th

4. FINLAND

10-best-places-to-see-aurora-4

บอกเลยว่าที่นี่ฟินสมชื่อจริงๆ ส่วนใหญ่นักล่าแสงเหนือจะชื่นชอบที่นี่มากๆ เพราะมีมีจุดชมแสงเหนือมากมาย ซึ่งจุดยอดนิยมอยู่ที่ แลปแลนด์ (Lapland) ได้แก่ Sodankylä สถานที่ตั้งของ Finland’s National Observatory of Northern Lights ทะเลสาบอินารี (Inari Lake) ทะเลสาบขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของฟินแลนด์ รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติ Luosto และ Oulanka ก็เป็นอีกสถานที่ที่ไร้แสงอื่นๆรบกวน จะมีแสงออโรร่าบนท้องฟ้าให้ดูได้ สวยงามสมชื่อฟินแลนด์เลย

และเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้พบกับ แสงเหนือ แบบตัวเป็นๆแนะนำที่ “Hotel Aurora” โรงแรมที่จะมีสัญญาณเตือนดังขึ้นเพื่อเรียกคุณออกไปชมเมื่่อเกิดแสงเหนือขึ้น หรืออาจจะไปที่สถานที่มีดาวสวยๆอย่าง เมืองเนลลิม (Nellim) ก็โรแมนติกไปอีกแบบ และที่เป็นไฮไลท์สุดๆก็คือ เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) นอกจากเราจะได้เห็นแสงเหนือแล้ว ยังได้พบซานต้าคลอสตัวเป็นๆอีกด้วย เพราะว่าเป็นบ้านเกิดของซานต้าคลอสนั่นเอง

จุดที่ดีที่สุด : Luosto, Nellim, Utsjoki, Ivalo, Kakslauttanen ,lapland
ช่วงเวลาที่แนะนำ ปลายเดือนสิงหาคมถึงเมษายน

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, mushroomtravel.com, travelblog.expedia.co.th

5. ALASKA USA

10-best-places-to-see-aurora-5

เมืองแฟร์แบงค์ (Fairbanks) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับ ในรัฐอลาสกา (Alaskaเมืองที่ใครก็ตามที่มาเที่ยวถึงรัฐอลาสก้าจะต้องรู้จัก ซึ่งสามารถมาเที่ยวได้ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะอยากมาเล่นหิมะในช่วงฤดูหนาว หรือมาพักตากอาอาศในช่วงฤดูร้อน ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนของปีเมืองนี้ก็จะมีอะไรให้คุณได้ทำอยู่เสมอ สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่เมืองนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากแสงเหนือที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นั่นเอง เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่สามารถรับชมปรากฏการณ์นี้ได้สวยที่สุดในโลก ถ้าอยากรู้ว่าจะสวยจริงมั้ยคงต้องออกเดินทางไปพิสูจน์ด้วยสายตาของตัวเองล่ะ!

นอกจากนี้ยังมี น้ำแข็งกลาเซียร์ (Glacier) ที่เชื่อว่าจะละลายหมดภายในไม่กี่ปีข้างหน้าเพราะอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น สำหรับผู้ที่ชอบงานศิลปะไม่ควรพลาดการแข่งขันศิลปะน้ำแข็งโลก (World Ice Art Championships) ที่มีการประกวดและแสดงผลงานประติมากรรมน้ำแข็งที่งดงาม ที่จะจัดขึ้นในช่วงกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม

จุดที่ดีที่สุด : Anchorage, Fairbanks, Denali, the Yukon
ช่วงเวลาที่แนะนำ : เดือนกันยายนถึงเมษายน

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, mushroomtravel.com, painaidii.com, skyscanner.co.th, yingpook.com

6. CANADA

10-best-places-to-see-aurora-6

แคนาดา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากคุณมีโอกาสไปเยือนแคนาดา คุณจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับธรรมชาติอันสวยงามราวกับดินแดนในฝัน ทั้งน้ำตกไนแองการ่า, ทะเลสาบเลค หลุยส์, เทือกเขาร็อกกี้ เมาน์เทน เป็นต้น แต่ที่อลังการไม่แพ้กันก็คือแสงเหนือ ที่จะสามารถพบเห็นได้ทางภูมิภาคทางด้านเหนือของประเทศ โดยเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวก็คือ เมืองเยลโลว์ไนฟ์ (Yellowknife) คุณจะได้เห็นแสงเหนือเต้นระบำบนฟากฟ้าเหนือยอดสน

นอกจานี้ยังมีสถานที่อื่นๆอีก เช่น พื้นที่รอบๆ ทะเลสาปพริสไทน์ (Pristine Lake) ทางด้านเหนือของออนทาริโอ (Ontario) และเมืองเล็กอย่าง ทุนดรา (Tundra) ที่แห่งนี้จะสามารถมองเห็นแสงเหนือได้ไกลถึงชายแดนฝั่งใต้ของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว ท่ามกลางอากาศที่ติดลบเป็นความประทับใจที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส

จุดที่ดีที่สุด : Calgary, Ontario, Yukon Territory, Manitoba
ช่วงเวลาที่แนะนำ : เดือนมกราคมถึงกลางมีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, mushroomtravel.com, today.line.me, travel.kapook.com

7. NORWAY

10-best-places-to-see-aurora-7

นอเวย์ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่าแสงเหนือ โดยเมืองที่จะสามารถชมแสงเหนือได้อย่างอลังการจะอยู่บริเวณ เมืองทรอมโซ (Tromso) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของประเทศนอร์เวย์ เป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญของประเทศ ที่นี่สวยงามด้วยวิวของทิวเขา ป่าสน และทะเลนอร์วีเจียน อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีแสงเหนือที่สวยเพราะอยู่ท่ามกลางวงแหวนแสงออโรร่า (Aurora Oval) พอดิบพอดี เหมาะสำหรับคนรักความสงบ และยังมี เมือง Andenes ก็เป็นจุดที่แนะนำเช่นกัน

 อีกที่หนึ่งที่นักล่าแสงเหนือไม่ควรพลาดก็คือ Lofoten Islands หมู่บ้านสวยๆ ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเล นอกจากจะเป็นจุดชมแสงเหนือแบบเอกซ์คลูซีฟแล้ว ยังมีฉากหลังเป็นหมู่บ้านสวยๆ อีกด้วย แถมยังมีทางเลือกมากกว่าที่อื่นคือการนั่งเรือไปรอบๆชายฝั่งด้วยเรือ “Hurtigruten” ที่จะปลุกเราเมื่อเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือขึ้น

จุดที่ดีที่สุด : Svalbard, Alta, Svalbard, Finnmark
ช่วงเวลาที่แนะนำ : สามารถพบได้ในคืนที่ท้องฟ้าโล่ง หรือในเดือนกันยายนถึงมีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.kapook.com, travel.mthai.com, mushroomtravel.com, travelblog.expedia.co.th

8. GREENLAND

10-best-places-to-see-aurora-8

ถ้าใครชอบเที่ยวชมธรรมชาติและชอบความเงียบสงบขั้นสุด กรีนแลนด์ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคุณจริงๆ เพราะที่นี่มีประชากรอยู่เพียงแค่ประมาณ 60,000 คน ถ้าได้มีโอกาสไปเยือนกรีนแลนด์ คุณจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบที่แท้จริง เพราะแทบจะไม่ค่อยเห็นคนกรีนแลนด์เท่าไร ส่วนจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชมแสงเหนือก็จะอยู่ที่เขต Kangerlussuaq เป็นหมู่บ้านเล็กๆทางฝั่งตะวันตกของเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งจะมีวิวที่สวยงามและสามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจน ส่วนจุดอื่นที่แนะนำ ได้แก่ Lake Aurora, เมือง Ilulissat Town

ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้กรีนแลนด์ เป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ต้องการมาตามล่าแสงเหนือ เพราะถึงจะไม่ได้พบกับแสงเหนือ แต่การได้เห็นวิวทิวทัศน์ของที่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ข้อดีอีกอย่างของกรีนแลนด์ก็คือที่นี่จะสามารถรับชมแสงเหนือได้เกือบจะทั่วประเทศเลย เรียกว่าไม่พลาดแน่ๆถ้ายังไม่หลับนะ

จุดที่ดีที่สุด : Kulusuk, Ammassalik , Kuuk
ช่วงเวลาที่แนะนำ : 
เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.kapook.com, travel.mthai.com, mushroomtravel.com

9. SCOTLAND

10-best-places-to-see-aurora-9

แม้ว่าส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องพายุ หมอก และเมฆ อย่างสก็อตแลนด์จะไม่ใช่ที่ๆเหมาะแก่การดูท้องฟ้ามากนัก แต่ในช่วงฤดูหนาวที่ฟ้าเริ่มเปิดที่นี่คืออีกหนึ่งแห่งที่จะมอบโอกาสชมแสงเหนือได้เป็นอย่างดีเลย สถานที่ที่เหมาะที่สุดในการชมแสงเหนือในสก็อตแลนด์ก็คือ บริเวณอ่าว Belhaven ริมชายฝั่งทางตะวันออกของกรุง Edinburgh มีผู้คนมาบริเวณที่ริมอ่าวนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อชมแสงเหนือทอดตัวยาวเหนือเวิ้งน้ำของทะเลเหนือ อีกหนึ่งที่ที่แนะนำคือ เกาะ Skye (Isle of Skye)

สถานที่ที่เต็มไปด้วยตำนานและมีทิวทัศน์ที่มีมนต์ขลังมากมาย Isle of Skye มีทัศนียภาพที่งดงาม เนื่องจากมีท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และไม่มีมลภาวะ Skye จึงเหมาะที่จะเป็นจุดชมแสงเหนือได้เป็นอย่างดีและมีอยู่หลายแห่ง ในบางครั้งท้องฟ้าโปร่งโล่งมากจนสามารถมองเห็นทางช้างเผือกและกลุ่มดาวสวยงามมากมายตระการตา

จุดที่ดีที่สุด : Aberdeen, Isle of Skye, Northern Highlands, Dunnet Head
ช่วงเวลาที่แนะนำ : เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : travel.mthai.com, mushroomtravel.com, dhakulchan.org, changtrixget.com, th.yourtripagent.com

10. AUSTRALIA

10-best-places-to-see-aurora-10

การดูดาวเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย สงบและสุดแสนโรแมนติกที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในประเทศออสเตรเลียและช่างโชคดีที่ออสเตรเลียก็มีสถานที่มากมายให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับการดูดาว ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าการดูดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ออสเตรเลีย นั่นคือ การดูและถ่ายภาพแสงใต้ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “ออโรราออสเตรลีส”

จุดแนะนำคือที่ Tasmania รัฐทางตอนใต้ของออสเตรเลียอีกด้วย แสงใต้ที่นี่จะเห็นได้ตลอดปี ถ้าท้องฟ้าปลอดโปร่ง และมีค่า Aurora Activity ที่สูง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนมักจะเป็นเดือนที่สังเกตเห็นแสงใต้ในรัฐ Tasmania ประเทศออสเตรเลียได้สวยงามและชัดเจนที่สุดจากทุกมุมเลยทีเดียว ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะการเดินทางจากประเทศไทยไปรัฐ Tasmania ก็สะดวกสบาย สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่ Hobart International Airport ได้เลย

จุดที่ดีที่สุด : Tasmania, Hobart, Apollo Bay
ช่วงเวลาที่แนะนำ : มีโอกาสเห็นได้ตลอดทั้งปี

ขอบคุณข้อมูลจาก : travelblog.expedia.co.th, changtrixget.com, spacetourismguide.com

ก็จบลงไปกันแล้วกับ 10 พิกัดตามล่าหาแสงเหนือ-แสงใต้ที่ต้องไปสักครั้งก่อนตาย หวังว่าจะถูกอกถูกใจและเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวคุณออกไปท่องโลกกว้างกันนะครับ
ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีมีประโยชน์ ก็อย่าลืมแบ่งปันให้กับเพื่อนๆคุณกันนะ แล้วมาพบกับเรื่องราวการเดินทางดีๆที่จะมอบความสุขให้กับคุณได้ใหม่ สำหรับวันนี้ขอบคุณและสวัสดีครับ

InTrendMall เติมเต็มความสุขทุกการเดินทาง